ประวัติความเป็นมาของโคมไฟ 700 ปี
การส่งและการพัฒนาอาชีพของเกษตรให้ยกระดับมาตรฐานและมีความมั่นคงจากเดิมนั้นนับว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าเมื่อประชากรประเทศมีความมั่นคงมากขึ้น เสถียรภาพต่างๆที่เอื้ออำนวยต่อความเจริญก็ตามมาด้วยแต่การที่จะพัฒนาบุคคลเหล่านี้ให้มีศักยภาพและเข้มแข็งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย
ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้เข้ามาดำเนินการเผยแพร่ความรู้ที่มีประโยชน์ในการครองชีพต่างๆมากมาย
ทั้งการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย การดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ การรวมเกษตรในการผลิตสินค้าในด้านการเกษตร
แต่การที่จะยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นนั้นต้องอาศัยความเชื่อมั่นและมาตรฐานที่ดีของสินค้า
เช่นเดียวกันกับโคมไฟ 700 ปีผลิตภัณฑ์โอทอปขึ้นชื่อของบ้านม่วงคำ
อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
การสำรวจและการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลและการสัมภาษณ์ผู้ประดิษฐ์
โคมไฟ 700 ปีพบว่าจากการเริ่มต้นการทำโคมไฟ 700 ปี ไม่ค่อยมีผู้สนใจมากนัก
เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องล้าสมัยและไม่มีรายได้ ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำสวน
จึงไม่เห็นความสำคัญมากนัก
นายประพันธ์ ใจคำ หรือ ลุงน้อย
ผู้คิดค้นการทำโคมไฟ 700 ปี เล่าให้ฟังว่า
เหตุที่ประดิษฐ์ของประดับตกแต่งบ้านเป็นโคมไฟ 700 ปีนี้
มีแนวคิดจากการดัดแปลงหมวกใบลานของคนภาคเหนือ ซึ่งเป็นหมวกดั้งเดิมของคนเมือง
เริ่มทำตั้งแต่ พ.ศ. 2543 โดยใช้เงินลงทุนส่วนตัวในการผลิตสินค้า
ในระยะแรกยังไม่มีตลาดมากเท่าที่ควรตนจึงต้องเดินหาบเร่จำหน่ายสินค้า จากนั้นในปี
พ.ศ. 2544 ได้เข้ามากู้เงินทุนหมู่บ้านได้เงินลงทุนมาทั้งสิ้น 5,000 บาท แต่ข้อตกลงของหมู่บ้านให้กู้ได้เพียงปีต่อปีเท่านั้น
ส่วนการตั้งชื่อโคมไฟ 700 ปีนั้น ตนได้มีโอกาสนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 700 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจต้องการที่จะทำบุญร่วมในวันงานเฉลิมฉลอง
700 ปี จึงได้อธิษฐานและร่วมทำบุญ
เกิดความคิดที่จะนำอายุของเมืองเชียงใหม่ 700 ปี มาตั้งเป็นชื่อ
โคมไฟ 700 ปี เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล จากนั้นในปี 2546 ได้นำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ
คัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
ซึ่งโคมไฟ 700 ปี ผ่านการคัดสรรอยู่ในระดับ 3 ดาว
ของภาคเหนือ ซึ่งคัดจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ
และในปี 2547 ตนได้นำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมการคัดสรร
อีกครั้ง ซึ่งเป็นคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับประเทศได้
2 ดาว
ตั้งแต่นั่นมาจึงได้เร่งดำเนินการพัฒนาภูมิปัญญาและผลงานอยู่เสมอเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและมีความทันสมัยมากขึ้นประกอบกับประสบการณ์ที่มีอยู่เดิมทำให้ทุกรายละเอียดของชิ้นงานมีมาตรฐาน สวยงามและคงทนมากขึ้น ผู้ประดิษฐ์โคมไฟ 700 ปี กล่าวเพิ่มเติมว่า
ในปัจจุบันนี้ได้กระจายความรู้และงานไปยังกลุ่มผู้สูงอายุให้มาร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
และเป็นการสร้างานสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุใน 7 หมู่บ้านด้วย ส่วนเรื่องของตลาดนั้น
ขณะนี้มีตลาดรับซื้อหลักอยู่ที่ตลาดจตุจักรกรุงเทพมหานคร บ้านถวาย
และร้านวนัสนันท์เชียงใหม่ ซึ่งจะส่งจำหน่ายครั้งละ 200-250 ชิ้น
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตนภาคภูมิใจมาก
เพราะทุกหยาดเหงื่อที่ต่อสู้มาจนถึงจุดนี้ มีคุณค่าไม่เสียเปล่า อีกทั้งยังช่วยให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มไม่เป็นภาระแก่บุตรหลานด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น